Homepage > Blog > คุณคะลืมเสียบปลั๊กเตารีดไว้หรือเปล่า Smart plug ช่วยคุณได้

คุณคะลืมเสียบปลั๊กเตารีดไว้หรือเปล่า Smart plug ช่วยคุณได้

โดย thanaporn.nuchphadung

คุณคะลืมเสียบปลั๊กเตารีดไว้หรือเปล่า Smart plug ช่วยคุณได้

 

Smart Plug คืออะไร

Smart Plug เป็นอะแดปเตอร์ขนาดเล็กที่เสียบเข้ากับเต้ารับไฟฟ้าที่สามารถเชื่อมต่อ WiFi ได้ เพื่อทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านธรรมดากลายเป็นบ้านอัจฉริยะ

บ้านอัจฉริยะกำลังมีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวัน การทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านธรรมดาๆ ให้ใช้งานผ่านแอพได้ก็ต้องมีสิ่งนี้ที่เรียกว่าสมาร์ทปลั๊ก (Smart Plug) เป็นอะแดปเตอร์ขนาดเล็กที่เสียบเข้ากับเต้ารับไฟฟ้าตามผนังทั่วไป และสามารถเชื่อมต่อ WiFi ได้ อุปกรณ์ไฟฟ้าใดๆที่มาเสียบเจ้าตัวสมาร์ทปลั๊กตัวนี้ก็จะสามารถใช้งานผ่านแอพลิเคชั่นได้แล้ว

 

Smart Plug ทำงานอย่างไร

สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อได้สมาร์ทปลั๊ก (Smart Plug) ตัวนี้มาแล้วคือเสียบมันเข้ากับเต้าเสียบที่บ้าน จากนั้นเปิดแอพลิเคชั่นแล้วกดติดตั้ง เชื่อมต่อตัวปลั๊กนี้เข้ากับไวไฟที่บ้านของคุณ จากนั้นแค่เสียบอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต้องการใช้งาน/ตั้งเวลา เช่นโคมไฟ หรือพัดลม

 

Smart Plug เป็น 1 ใน อุปกรณ์ IoT แล้ว อุปกรณ์ IoT คืออะไร?

IoT ที่ชื่อเต็มว่า Internet of things คือการที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆสามารถส่งเชื่อมโยงและส่งข้อมูลถึงกัยผ่านอินเทอร์เน็ต อุปกรณ์ IoT จะผสมผสานความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับสิ่งของบนระบบดิจิทอล สิ่งที่น่าสนใจเพิ่มเติมคือ เรามักจะใช้งานได้ผ่านแอพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน

ประโยชน์ของ IoT หลักๆก็จะเป็นความคล่องตัว IoT จะทำให้สภาพแวดล้อม - บ้าน สำนักงาน ยานพาหนะของเรา ฉลาดขึ้น วัดผลได้มากขึ้น และพูดมากขึ้น  เช่นระบบกล้องวงจรปิดรักษาความปลอดภัยในบ้านที่สามารถดูภาพได้แบบเรียลไทม์ หลอดไฟอัจฉริยะที่เราสามารถเปิด-ปิดได้จากภายนอกบ้านได้เลย หรือ Smart plug อัจฉริยะ ที่สามารถเปิด-ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าผ่านแอพได้โดยไม่ต้องลุก

 

จากการคาดการณ์อุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อ 41.6 พันล้านเครื่องภายในปี 2568 และอนาคตจะเป็น "ทุกสิ่งที่เชื่อมต่อได้จะเชื่อมต่อ" (บริษัทวิเคราะห์ด้านเทคนิค IDC) IoT นำอุปกรณ์เชื่อมต่อทุกประเภทมารวมกันเป็นเครือข่ายข่าวกรองแบบกระจายทั่วโลกที่เปิดขึ้น โลกใหม่ของนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ สำหรับตอนนี้ สิ่งที่ดีที่สุดที่เราสามารถทำได้คือพยายามทำความเข้าใจว่า IoT ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเราอย่างไร โอกาสและความท้าทายจะเป็นอย่างไรเมื่อเราเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อเข้าร่วม IoT มากขึ้นเรื่อยๆ และวิธีใช้งานเพื่อทำให้ฉลาดขึ้น ชีวิตและการทำงาน

 

ในบทความนี้เราจะยกตัวอย่างอุปกรณ์ IoT อย่างสมาร์ทปลั๊ก (Smart Plug) ว่ามีความสำคัญอย่างไรและมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันได้อย่างไร

 

หมดปัญหาการลืมถอดปลั๊กเพียงแค่มีสมาร์ทปลั๊กอิจฉริยะ

การลืมถอดปลั๊กเป็นปัญหาต้นๆ ของทุกบ้าน ‘เมื่อเช้าเราถอดปลั๊กรึยังนะ?’ เป็นคำถามยอดฮิตที่สำหรับใครหลายคนและยังส่งผลให้เกิดอันตรายและเปลืองค่าไฟโดยใช่เหตุ
มีคนเคยกล่าวไว้ว่า หากเปิดเตารีดทิ้งไว้ 11 ชั่วโมงจะเสียค่าไฟไม่ถึงร้อยบาท แต่ปัญหาที่อันตรายกว่านั้นคืออาจจะเสียบ้านทั้งหลัง เพราะเตารีดถือเป็นตัวกำเนิดความร้อน ถ้าหากตั้งทิ้งไว้ไม่ได้รีดผ้ามีโอกาสที่ทำให้ไฟไหม้บ้านได้

สมาร์ทปลั๊กจะช่วยแก้ปัญหาเหล่านั้น ถ้าหากคุณไม่แน่ใจว่าถอดปลั๊กรึยังก็สามารถเช็คผ่านแอพลิเคชั่น หรือถ้าหากยังไม่ได้ปิด ก็สามารถปิดผ่านสมาร์ทโฟนได้เลยทันที

 

ข้อดีของปลั๊กอัจฉริยะ

ข้อดีหลักๆของสมาร์ทปลั๊กคือแปลงอุปกรณ์ไฟฟ้าธรรมดาๆของคุณให้อัจฉริยะ ยกตัวอย่างเช่น ตั้งเวลาให้เปิดเครื่องทำกาแฟตอนเจ็ดโมงเช้า ตั้งให้เปิดพัดลมตอนสี่โมงเย็น หรือตั้งเวลาให้ชาร์จโทรศัพท์แค่สามสิบนาที สิ่งที่สมาร์ทปลั๊กตัวนี้ต้องการ มีเพียงแค่ WiFi 2.4 GHz ไม่ต้องการฮับเพิ่มใดๆ อีกทั้งส่วนใหญ่ยังมาพร้อมกับการใช้งานคำสั่งเสียงบน Google Assistant และ Amazone Alexa

 

 

ข้อควรระวัง

สมาร์ทปลั๊กที่ไม่ได้มาตรฐาน ที่ราคาถูก นอกจากจะถูกแฮคได้แล้ว หากใช้ไปนานๆแล้วเครื่องเกิดร้อนก็อาจเกิดปัญหาไฟไหม้ได้อีกด้วย ข้อควรระวังคือต้องซื้อปลั๊กที่ได้มาตรฐาน

 

สมาร์ทปลั๊กของ TP-Link มีรุ่นไหนบ้าง

ปลั๊กไวไฟของ TP-Link มีด้วยกัน 2 รุ่น คือ Tapo P100 (2200W 10A) และ Tapo P105 (3300W 15A)

เนื่องจากอุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละประเภทรองรับกำลัง watt ไม่เท่ากัน คุณจึงจำเป็นต้องตรวจสอบ กำลังไฟอุปกรณ์ไฟฟ้าของคุณและกำลังไฟของสมาร์ทปลั๊กที่รองรับได้

 

เครื่องใช้ของท่านกินไฟประมาณกี่วัตต์

พัดลมตั้งพื้น       45-75 วัตต์

พัดลมเพดาน       70-104 วัตต์       

หม้อหุงข้าวไฟฟ้า 500-1,000 วัตต์   

เตารีดไฟฟ้า        430-1,600 วัตต์   

เครื่องทำน้ำร้อนในห้องน้ำ 900-4,800 วัตต์   

โทรทัศน์ ขาว-ดำ 24-30 วัตต์

เครื่องปิ้งขนมปัง  600-1,000 วัตต์   

โทรทัศน์สี          43-95 วัตต์

เครื่องเป่าผม       300-1,300 วัตต์   
(ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://bit.ly/3b1O9fC)

 

สมาร์ทปลั๊ก Tapo รองรับฟีเจอร์อะไรบ้าง?

ฟีเจอร์ที่สมาร์ทปลั๊กรองรับได้มีดังต่อไปนี้

Remote Control – อุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดการ สั่งเปิด -ปิด เครื่องใช้ไฟฟ้าบนสมาร์ทโฟนผ่าน Tapo APP

Schedule – สามารถตั้งเวลาล่วงหน้าเพื่อจัดการอุปกรณ์อัตโนมัติ

Timer - สามารถตั้งเวลานับถอยหลังสำหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของคุณ

Voice Control – รับรองการจัดการสมาร์ทปลั๊กของคุณผ่านคำสั่งเสียงบน  Amazon Alexa หรือ Google Assistant

Away Mode – สามารถตั้งเวลาเปิด-ปิดอุปกรณ์อัตโนมัติเสมือนว่ามีคนอยู่ที่บ้าน

Compact Design - ขนาดกระทัดรัด

Easy Setup and Use - คุณก็สามารถตั้งค่าและจัดการได้อย่างรวดเร็ว

 

 

แอพลิเคชั่นและการใช้งาน

 

ในยุคนี้มีสมาร์ทโฟนเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันค่อนข้าง การใช้งานบนสมาร์ทโฟนจึงเป็นเรื่องที่ผู้ใช้ใหม่ๆตระหนักถึง TP-Link smart plug จาก TP-Link ใช้งานผ่านแอพลิเคชั่น Tapo โดยแอพลิเคชั่นนี้สามารถใช้งานได้ทั้ง กล้องวงจรปิด WiFi , smart plug หรือ smart bulb ที่เป็นหลอดไฟสีก็ได้ อีกทั้งยังออกแบบมาเพื่อรองรับอุปกรณ์ Tapo IoT ในอนาคตอีกมากมาย เช่น ตัวปรับอุณหภูมิ สมาร์ทล็อคที่ไว้ใช้ล็อคประตูบ้าน แต่จะมีตัวไหนมาอัพเดทบ้าง ก็ต้องติดตามสินค้าน TP-Link ได้ในอนาคต อีกทั้งในตัวแอพลิเคชั่นยังสามารถกดสร้างเป็น Group เพื่อเปิด-ปิด อุปกรณ์ tapo จากการกระทำ เช่นเราตั้งว่าเมื่อเราออกจากบ้าน ต้องการให้ปิดสมาร์ทปลั๊กทุกดวงภายในคลิกเดียวก็สามารถทำได้ ไม่จำเป็นต้องมานั่งไล่ปิดทีละตัว เรียกได้ว่าออกแบบเพื่อรองรับชีวิตแบบสมาร์ทไลฟ์มากๆ

 

 

Tapo กับ Google assistant

อุปกรณ์ Tapo รองรับการใช้งานผ่านคำสั่งเสียงทั้งบน Amazon Alexa หรือ Google assistant ก็สามารถทำได้ง่ายๆเช่นกัน คุณสามารถตั้งค่าได้โดยการคลิกที่นี่ วิธีการตั้งค่า Tapo ร่วมกับ Google assistant

 

ระบบการใช้งานคำสั่งเสียงมีความสำคัญยังไงบ้าง

ระบบ Google assistant ประโยชน์หลักๆคือ มีไว้ สบายมากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นผู้ช่วยให้คุณสามารถสั่งงานอุปกรณ์ไฟฟ้า เพียงแค่เรียก “Ok Google” แล้วพูดต่อว่า “ปิดสมาร์ทปลั๊ก” แค่นี้สมาร์ทปลั๊กตัวที่คุณตั้งไว้ก็จะปิดตัวลง โดยที่คุณไม่ต้องแม้แต่จะเปิดแอพลิเคชั่นใดใด คุณอาจจะสร้างโน้ต สั่งให้โทรออก หรือตั้งกิจวัตรประจำวัน

 

สรุป

อุปกรณ์ IoT ออกแบบเพื่อรองรับชีวิตของคุณให้สะดวกและง่ายยิ่งขึ้น สามารถใช้งานได้ผ่านแอพลิเคชั่น แก้ปัญหาเรื่องยากๆ อย่างเช่นการออกไปนอกบ้านแล้วลืมปิดอุปกรณ์ไฟฟ้า ก็สามารถกดปิดผ่านมือถือได้เลย แต่ทั้งนี้อุปกรณ์ IoT จำเป็นสำหรับคุณมั้ย ก็อาจจะไม่ใช่ของปัจจัยสี่ แต่เรียกว่าเป็นผู้ช่วยคนสำคัญที่ให้ชีวิตง่ายขึ้น อีกทั้งยังสามารถใช้งานคำสั่งเสียงร่วมกับ Google Assistant หรือ Amazone Alexa ได้อีกด้วย

thanaporn.nuchphadung

Recommended Article

From United States?

Get products, events and services for your region.